การบริหารจัดการความเสี่ยง

ความยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงแบบยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการบรรลุเป้าหมายให้กับผู้มีส่วนได้เสียและลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยได้ศึกษาและนำกรอบ COSO ERM 2017 มาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มุ่งพัฒนาให้มีการ บริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมทางธุรกิจ และผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานในองค์กร บริษัทฯ ทบทวน ความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงทั้งปัจจัยภายในและภายนอกพิจารณาโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง และผลกระทบของความเสี่ยงที่มีต่อการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อประเมินความเสี่ยงและระบุความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทฯ แล้วกำหนดกลยุทธ์การจัดการที่เหมาะสมเพื่อกำกับดูแลและควบคุมความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ ซึ่งปัจจัยความเสี่ยงสำคัญที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมีดังนี้

จากวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่จะก้าวขึ้นไปเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าในภูมิภาคด้วยแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต อย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้น หนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท (Asset Class) ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในรูปแบบการลงทุนเองการร่วมทุนตลอดจนการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ โดยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องด้านแผนกลยุทธ์ ของบริษัทฯ ประกอบด้วย

ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง

ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบชะลอตัวจากภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน การแข็งค่าของเงินบาท ประกอบกับภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มเติบโตแบบชะลอตัวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมทั้งการบริโภค และการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนที่ไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจชัดเจน บริษัทฯ จึงมีนโยบายขยายการลงทุนที่สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อม โดยเปิดศูนย์การค้าใหม่ 1 แห่ง คือ เซ็นทรัลวิลเลจ ในเดือนสิงหาคม 2562 นอกจากนี้ยังดำเนินการปรับปรุงและขยายพื้นที่ศูนย์การค้า 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล เชียงราย และ เซ็นทรัล ชลบุรี และดำเนินการปรับปรุงศูนย์การค้าบางส่วนเพื่อรองรับการต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยการดำเนินการทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคใน ปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจตามแผนระยะยาว

นอกจากนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ บริษัทฯ ให้การสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้เช่าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมีความสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งทีมงานขายและทีมงานร้านค้า สัมพันธ์จะทำหน้าที่ดูแลและติดตามผลดำเนินงานของร้านค้าอย่างสมํ่าเสมอเพื่อวางแผนงานร่วมกัน ให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุนการดำเนินงานของร้านค้าในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดอบรมและสัมมนาเพื่อให้มุมมองและแนวคิดใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกันกับพันธมิตรต่าง ๆ เช่น บัตรเครดิต และบัตร The 1 เป็นต้น รวมทั้งรับฟังปัญหา/ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุงการสนับสนุนและให้บริการแก่ร้านค้าต่อไป

ความเสี่ยงจากภาวะการแข่งขัน

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกยังคงมีภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายราย ดำเนินการพัฒนาศูนย์การค้าใหม่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ ในขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ที่เลือกซื้อสินค้าและใช้บริการในช่องทางที่หลากหลาย ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น การซื้อสินค้าและสั่งอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือ อี-วอลเลท เป็นต้น

ในการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการแบบยั่งยืนให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) มีรูปแบบเเละพื้นที่การใช้งานของศูนย์การค้า การวางองค์ประกอบของร้านค้าและบริการที่เหมาะสม เพื่อสร้างบรรยากาศ และประสบการณ์ที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มควบคู่กับการจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มี ความสนใจในลักษณะเดียวกัน รวมทั้งการใช้ Digital Platform และเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและให้บริการกับ ลูกค้าเพื่อเพิ่มความทันสมัยและสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจนอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาศูนย์การค้ารูปแบบใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ซึ่งเป็นศูนย์การค้ารูปแบบเปิดในลักษณะของลักชูรีเอาท์เล็ตแห่งแรกของบริษัทฯ รวมทั้งการพัฒนาและเปิดให้บริการลักชูรีโซนแห่งแรกของบริษัทฯ ในเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เพื่อรองรับทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญและมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศ

ความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการใหม่ซึ่งต้องใช้งบลงทุนสูงโดยมีปัจจัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน คือ การสรรหาที่ดินการวางแผนและออกแบบโครงการ และการหาร้านค้าผู้เช่าในศูนย์การค้าและลูกค้าโครงการที่พักอาศัย การสรรหาที่ดินในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงจากผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายกลุ่มโดยเฉพาะ ในทำเลที่มีศักยภาพ บริษัทฯ จะคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการและดำเนินการซื้อที่ดินไว้ล่วงหน้า รวมทั้งจัดหาที่ดินแปลงใหญ่เพือ่ ให้บรษิ ัทฯ สามารถซือ้ ที่ดนิ ในราคาที่เหมาะสมและสามารถรองรับการขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (Mixed-use Development) ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์การค้า สำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัยในอนาคตได้อีกด้วย

ในการวางแผนและออกแบบโครงการ บริษัทฯ จะสำรวจตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนอย่าง ถี่ถ้วน เช่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คู่แข่งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงข้อมูลการตลาดอื่น ๆ ที่สำคัญ เพื่อกำหนดตำแหน่งทางการ ตลาด (Market Positioning) และกลยุทธ์ที่จะชนะคู่แข่ง (Winning Strategy) ของโครงการ นำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้และความ คุ้มค่าในการลงทุนก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งระดับจัดการและระดับบริหารพิจารณาอนุมัติ แล้วจึงนำข้อมูลมาออกแบบและพัฒนาโครงการต่อไป

บริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าใหม่และปรับปรุงศูนย์การค้าให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ 1) การขยายฐานร้านค้าผู้เช่ารายใหม่และให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้เช่าในปัจจุบัน 2) เมื่อศูนย์การค้าเปิดให้บริการ บริษัทฯ จะติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ อัตราการให้เช่าพื้นที่ อัตราผลตอบแทนของโครงการเปรียบเทียบกับเป้าหมาย เพื่อติดตามประเมินผลของการพัฒนาศูนย์การค้าใหม่ หากศูนย์การค้าใดมีผลการดำเนินงานไม่บรรลุตามเป้าหมาย ทีมบริหารทรัพย์สิน ทีมขาย และทีมการตลาด จะดำเนินการวิเคราะห์ และนำเสนอมาตรการแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

สาํ หรับความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการทีพั่กอาศัย จากสภาพการแข่งขันในตลาดที่พักอาศัยที่เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดในบางพื้นที่ การระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการเข้มงวดในการปล่อยสินค้าของสถาบันการเงิน ทำให้สถานการณ์ของตลาดที่พักอาศัยอยู่ในภาวะชะลอตัว ในการลงทุนโครงการที่พักอาศัย บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาและวางแผนโครงการอย่างรอบคอบตั้งแต่การสำรวจตลาดวิจัยลูกค้าและคู่แข่งการออกแบบโครงการ การบริหารการก่อสร้าง การขายการบริการหลังการขายและติดตามตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ ยอดจองซื้อ ประวัติการชำระเงินของลูกค้า การอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า และจำนวน Waiting List ที่สนใจโครงการ เป็นต้น โดยโครงการที่เปิดขายในเดือนกรกฎาคม 2562 จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการเอสเซ็นท์ พาร์ควิลล์ เชียงใหม่ (โครงการเชียงใหม่แห่งที่ 3) โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ

บริษัทฯ ขยายการลงทุนไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาวและกระจายความเสี่ยงในเชิงภูมิศาสตร์ โดยศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ ได้แก่ มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นต้น โดยได้ศึกษาวิจัยในแง่มุมต่าง ๆ รอบด้าน เช่น ลูกค้า คู่แข่ง การตลาด สภาพแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคู่กับการใช้ องค์ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลเพื่อนำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้และผลตอบแทนจากการลงทุน และนำเสนอต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน โดยบริษัทฯ ใช้แนวทางการหาพันธมิตรที่มีความสามารถและ ประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศนั้น ๆ มาร่วมพัฒนาธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน

ในปี 2562 บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการศูนย์การค้าแห่งแรกในประเทศมาเลเซีย คือ โครงการเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ในเดือนมีนาคม โดยเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มไอ-เบอร์ฮาด ซึ่งเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงและจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ของมาเลเซียในสัดส่วนร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ เพื่อลงทุนพัฒนาโครงการศูนย์การค้าในโครงการไอ-ซิตี้อัลตราโพลิส ในเมืองชาห์อลัม รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (Mixed-use Development) ที่มีทั้งสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย

เนื่องจากการลงทุนในต่างประเทศเป็นการดำเนินธุรกิจในขอบเขตใหม่ บริษัทฯ จึงดำเนินการอย่างระมัดระวัง มีการปรับโครงสร้าง องค์กรเพื่อกำหนดหน่วยงานที่ดูแลและติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวางแผนรองรับ ความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ความเสี่ยงด้านการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการทำธุรกิจรูปแบบใหม่

โดยปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรง ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ประกอบกับบริษัทฯ แสวงหาโอกาส ในการเติบโตเพิ่มจากการทำธุรกิจรูปแบบหรือประเภทใหม่ ซึ่งการปรับตัวของบริษัทฯ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นปัจจัย สำคัญต่อการประสบความสำเร็จของโครงการและชื่อเสียงของบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาบุคลากร ได้ทบทวนและพัฒนาหลักสูตร Functional Course ของฝ่ายงานต่าง ๆ ให้รองรับ และจัดให้มีการแบ่งปันความรู้ด้าน Digital ระหว่างพนักงาน 2) ด้านการปรับรูปแบบและวิธีการทำงาน ได้นำหลักการ Agile และ OKRs มาพัฒนาใช้ ในหลาย ๆ ส่วนของการทำงาน 3) ด้านการปรับเปลี่ยนสู่ Digital HR ได้นำเทคโนโลยีและเครื่องมือด้าน Digital มาประยุกต์ใช้กับ งานด้าน HR ทั้งการรับสมัครงาน การพัฒนาบุคลากร งานทะเบียน ประวัติ งานสวัสดิการ เป็นต้น

ความเสี่ยงในการบริหารทรัพยากรบุคคล

ทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีจำนวนที่เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ และมีความสุขพร้อมทุ่มเทและสร้างสรรค์ผลงานที่ดีให้กับบริษัทฯ ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันสูงในตลาดแรงงานคุณภาพ ทำให้บริษัทฯ พิจารณาเรื่องการสรรหาและการรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ โดยบริษัทฯ มีมาตรการจัดการความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่

  • การสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพจากช่องทางต่าง ๆ ทั้งจากภายในบริษัทฯ เช่น การหมุนเวียนงาน การโอนย้ายไปปฏิบัติงาน ในสาขาภูมิลำเนาเดิม และการปรับเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น และจากภายนอกบริษัทฯ เช่น Social Media, Website, มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และโครงการเพื่อนชวนเพื่อนเป็นต้น
  • การกำหนดตำแหน่งงานสำคัญ (Key Position) ของฝ่ายงานต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สืบทอดตำแหน่ง (Successor) ซึ่งจะทำให้ฝ่ายงานนั้นสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อตำแหน่งงานสำคัญเกิดว่างขึ้นไม่ว่าจะจากการเกษียณอายุหรือจากการลาออกของพนักงานในตำแหน่งนั้น
  • การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร บริษัทฯ มีวิธีการพัฒนาความสามารถอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) และแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) ที่เหมาะสม รวมทั้งมีการประสานพลัง (Synergy) กับกลุ่มเซ็นทรัลในการพัฒนาบุคลากรมากขึ้น เช่น การพัฒนาหลักสูตรอบรมร่วมกัน การแบ่งปัน ความรู้และประสบการณ์ ระหว่างผู้บริหารของบริษัทฯ ในเครืออย่างต่อเนื่อง เป็นต้น
  • มาตรการเพื่อรักษาบุคลากรของบริษัทฯ ผ่านกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องระหว่างพนักงานกับบริษัทฯ เช่น กิจกรรม On Boarding สำหรับพนักงานเข้าใหม่ กิจกรรม New Year Greeting กิจกรรม Communication Day กิจกรรม CPN อาสา กิจกรรม Family Day และกิจกรรม Sport Day รวม ถึงในทุกปีจะมีการสำรวจความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน (Power of Voice) เพื่อนำผลการสำรวจและข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาปรับปรุงกระบวนการและสภาพแวดล้อมการทำงาน ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการเสริมสร้างความผูกผันและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เป็นหนึ่งในพันธกิจด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ
ความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้านไซเบอร์(Cyber Security Risk)

ปัจจุบันบริษัทฯ มีการพึ่งพาเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมากขึ้น ทำให้อาจถูกโจรกรรมข้อมูลและถูกโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber-Attack) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหรือชื่อเสียงของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีมาตรการจัดการความเสี่ยงนี้ในหลายด้าน ได้แก่ 1) ด้านความปลอดภัยของระบบ บริษัทฯ ได้พัฒนาและปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ ทั้ง Hardware, Software และระบบเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้ทันสมัยเพื่อป้องกัน ภัยจากการโจมตีในรูปแบบใหม่ 2) ด้านบุคลากร บริษัทฯ มีการให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการสื่อสารด้วยช่องทางต่าง ๆ เช่น การให้ความรู้ผ่านอีเมลและ Newsletter 3) ด้านการรับมือเมื่อเกิดเหตุ บริษัทฯ ได้พัฒนาแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan - BCP) และแผนกู้คืนระบบและข้อมูล (Disaster Recovery Plan - DRP) ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและระบบเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบันและได้มีการซ้อมแผน BCP ประจำปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการจัดทำประกันภัยด้านไซเบอร์ (Cyber Insurance) สำหรับการถ่ายโอนความเสี่ยงและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากเกิดเหตุ

บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สามารถเชื่อถือได้ มีความโปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

บริษัทฯ มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนทั้งในการพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำระบบการบริหารด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นแนวปฏิบัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามนโยบายและกฎหมายในปัจจุบัน รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับกฎหมายที่จะนำมาบังคับใช้ในอนาคต และได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกดำเนินการสอบทานและให้คำแนะนำเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(Personal Data Protection Act - PDPA)

ประเทศไทยประกาศ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2563 โดยการดำเนินงานของบริษัทฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ของบริษัทฯ เช่น ลูกค้า ร้านค้า คู่ค้า พนักงาน เป็นต้นบริษัทฯ ได้ทบทวนกระบวนการทำงานของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ การได้มา การจัดเก็บ การนำไปใช้ การโอน ย้าย และการทำลายข้อมูล เป็นต้น เพื่อกำหนดมาตรการในด้านต่าง ๆ ทั้งการปรับวิธีปฏิบัติงาน การปรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนแปลงนโยบายเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวก่อนวันมีผลบังคับใช้

ความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องบรรษัทภิบาลที่ดีและกระบวนการควบคุมภายในที่รัดกุม พร้อมกำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Policy) ที่ชัดเจนและเคร่งครัดในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) และได้การรับรองเป็นบริษัทที่มีการกำหนดนโยบายแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริตครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ CAC กำหนด รวมถึงมีการจัดทำและสื่อสารจริยธรรมทางธุรกิจ (Code of Conduct) ให้กับผู้ขายและผู้รับจ้างช่วงเพื่อเน้นยํ้าถึงจุดยืนของบริษัทฯ

ด้านการป้องปรามและบริหารความเสี่ยงจากการทุจริต บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการในการควบคุมและติดตามกระบวนการทำงานที่สำคัญที่อาจเกิดการทุจริตได้ โดยมีทีมงานฝ่ายตรวจสอบภายในเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงและสุ่มตรวจสอบ เพื่อสอบยันความถูกต้อง ของการปฏิบัติงานให้มีความสุจริตโปร่งใสและป้องปรามการปฏิบัติงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต พร้อมทั้งเปิดช่องทางการ สื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต (Whistleblower) ได้โดยตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบหรือกรรมการผู้จัดการใหญ่ และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและสอบสวนเรื่องราวร้องทุกข์ตามกระบวนการที่เป็นระบบโปร่งใสและตรวจสอบได้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในกระบวนการสอบสวนที่เป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจที่พักอาศัย และธุรกิจอื่น ๆ ที่สร้างโอกาสทางการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งการจะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวมีความเสี่ยงด้านการเงินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

บริษัทฯ มีการดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างระมัดระวังในการใช้เงินทุนโดยมีการวิเคราะห์การลงทุนโดยละเอียดรอบด้านในทุก ๆ โครงการ เพื่อคัดเลือกและนำเสนอโครงการที่มีศักยภาพเข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการการลงทุนอย่างรอบคอบก่อน ที่จะพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการ ในขณะที่แหล่งที่มาของเงินทุน บริษัทฯ มีการจัดโครงสร้างเงินทุนที่พยายามคงอัตราส่วนหนี้สินที่มี ภาระดอกเบี้ยต่อทุนในระดับที่ยอมรับได้ คือ ไม่เกิน 1 เท่า ร่วมกับใช้ เครื่องมือทางการเงินในการระดมทุนที่เหมาะสม เช่น การใช้ทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT: Real Estate Investment Trust) เป็นต้น มาเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกสำหรับบริษัทฯ

เมื่อเปิดโครงการแล้ว บริษัทฯ มีการประเมินผลตอบแทนของแต่ละโครงการอย่างสมํ่าเสมอเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมที่จะทำให้ บรรลุผลตอบแทนตามเป้าหมายซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงทางด้านการเงิน และยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง อันจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการจัดหาเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคตได้อย่างเพียงพอด้วยต้นทุนทางการเงินและผลตอบแทนการลงทุนที่เหมาะสม

ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ของผู้เช่าพื้นที่ (Credit Risk)

บริษัทฯ กำหนดนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้เช่าพื้นที่ ได้แก่ 1) การเรียกเก็บเงินมัดจำค่าเช่าพื้นที่จาก ผู้เช่าไว้ล่วงหน้า 2) การระงับสัญญาเช่าสำหรับผู้เช่าพื้นที่ที่ค้างชำระค่าเช่าเป็นเวลานาน พร้อมทั้งเร่งประสานงานเพื่อการเจรจา และแก้ปัญหาร่วมกันกับผู้เช่าพื้นที่ 3) นโยบายการติดตามหนี้สินอย่างใกล้ชิดทำให้สามารถเก็บหนี้ส่วนใหญ่ตามกำหนดชำระ ทั้งนี้ หากมีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นจะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการผิดนัดชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธุรกิจหลักของบริษัทฯ เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและผู้มีส่วนได้เสียหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่มาซื้อสินค้าและใช้บริการในศูนย์การค้ากลุ่มร้านค้าผู้เช่าพื้นที่ กลุ่มชุมชนรอบศูนย์การค้า ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มต่างมีความคาดหวังอย่างสูงต่อประเด็นเรื่องความปลอดภัยที่จะได้รับจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงตระหนักและใส่ใจต่อการบริหารความปลอดภัยจากภัยอันตรายที่สำคัญได้แก่

ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนส่งผลให้สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ในหลายพื้นที่ ของประเทศไทยเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น พายุฝน นํ้าท่วม แผ่นดินไหว เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบริษัทฯ และกระทบต่อการให้บริการแก่ลูกค้า

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในทุกศูนย์การค้าเพราะแต่ละพื้นที่จะเผชิญความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น ภาคเหนือจะมีความเสี่ยงเรื่องพายุฤดูร้อน ลูกเห็บ และแผ่นดินไหว ขณะที่ภาคใต้จะมีความเสี่ยงนํ้าท่วมฉับพลัน และลมมรสุม เป็นต้น พร้อมทั้งได้กำหนดมาตรการที่สอดคล้องเพื่อ บรรเทาความเสี่ยงนี้ ได้แก่ การกำหนดให้ตรวจสภาพความแข็งแรงของอาคารสถานที่อย่างสมํ่าเสมอ การเตรียมความพร้อมและ เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น ขุดลอกทางระบายนํ้าและเพิ่มจำนวนเครื่องปั๊มนํ้าในศูนย์การค้าที่อยู่ใน พื้นที่เสี่ยงจากนํ้าท่วม การเตรียมหาแหล่งนํ้าสำรองไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับในกรณีที่เกิดภาวะภัยแล้ง การเชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน โครงสร้างอาคารมาประเมินผลกระทบจากแผ่นดินไหวพร้อมให้ คำแนะนำเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้ง มีการสื่อสาร อบรมฝึกซ้อมแผนรองรับเหตุการณ์วิกฤต (Crisis Management) อย่างสมํ่าเสมอ เพื่อให้บุคลากรสามารถรับมือกับ เหตุการณ์วิกฤตต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมีการติดตามและเก็บสถิติเหตุการณ์ (Incident Case) ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติและผลของการแก้ไขสถานการณ์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และหามาตรการรองรับรวมทั้งพัฒนาการจัดการให้มีประสิทธิภาพโดยมีการรายงานให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรับทราบและสั่งการอย่างเป็นระบบ

ความเสี่ยงจากการก่อความไม่สงบ

ปัจจุบันเหตุการณ์การก่อความไม่สงบหรือภัยจากการก่อการร้ายนั้น เป็นประเด็นความเสี่ยงในระดับสากลที่นานาประเทศล้วนต้อง เผชิญไม่ว่าประเทศนั้นจะตั้งอยู่ในภูมิภาคใดในโลก บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงประเด็นความเสี่ยงนี้และมีมาตรการเพื่อจัดการความเสี่ยงดังนี้

  • การประสานงานและติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ ถูกต้องและรวดเร็วสำหรับการประเมินสถานการณ์และสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยใช้ Color-Code Condition ซึ่งปรับเปลี่ยน ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ในขณะนั้นเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมความพร้อมและจัดการกับเหตุการณ์วิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมตามแนวปฏิบัติที่ได้วางไว้
  • การฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความสามารถในการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์เหตุความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ พร้อมกับการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสมํ่าเสมอ
  • การติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่ทันสมัยและมีจำนวนที่เพียงพอ เช่น เครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน (Walkthrough Metal Detector) และกล้อง CCTV ซึ่งสามารถป้องปรามผู้ที่จะก่อเหตุความไม่สงบ รวมทั้งสามารถใช้รับรู้เหตุการณ์โดยละเอียดได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น
ความเสี่ยงของธุรกิจหยุดชะงักจากภาวะวิกฤตต่าง ๆ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) บริษัทฯ จึงมีแผนงานรองรับที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (BCM Committee) ซึ่งมีกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการนี้ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้มีการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ดำเนินการซ้อมแผนและนำมาปรับปรุงเป็นประจำทุกปี