ประวัติความเป็นมา
2560
2561
2562
2563
2564
2565
2566
2567
ประวัติความเป็นมาในปี 2560
กรกฎาคม
ซื้อหุ้นบริษัท ดาราฮาร์เบอร์ จํากัด เพื่อได้มาซึ่งสิทธิการ เช่าช่วงที่ดินสําหรับรองรับการขยายธุรกิจ
บริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นบริษัท ดาราฮาร์เบอร์ จํากัด จํานวน 26 ล้านหุ้น จากบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จํากัด (มหาชน) คิดเป็นร้อยละ 65 ของจํานวนหุ้นทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิการเช่าช่วงที่ดินในอําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สําหรับรองรับการขยายธุรกิจโดยบริษัทฯ ได้ทําสัญญาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2560 เมื่อ วันที่ 12 พฤษภาคม 2560
กันยายน
คดีเรียกค่าสินไหมทดแทนจากเหตุเพลิงไหม้โครงการเซ็นทรัลเวิลด์จากบริษัท เทเวศประกันภัย จํากัด (มหาชน) สิ้นสุดลง
ศาลฎีกาในคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนจากเหตุเพลิงไหม้โครงการเซ็นทรัลเวิลด์ในปี 2553 จากบริษัท เทเวศประกันภัยจํากัด (มหาชน) ตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด มีคําสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาและไม่รับฎีกาของบริษัทฯ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้ทําประกันภัยการก่อการร้ายวงเงิน 3,500 ล้านบาท ไว้อีกกรมธรรม์หนึ่ง และได้ดําเนินการเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ดังกล่าว โดยกองทุนรวมธุรกิจไทย 4 ซึ่ง เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ และเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัลเวิลด์ได้รับเงินค่าสินไหมดังกล่าวในเดือนกันยายน 2560 เรียบร้อยแล้ว
พฤศจิกายน
เซ็นทรัล โคราช ศูนย์การค้าลําดับที่ 31
เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมยิ่งใหญ่แบบ "มหานคร แห่งอีสาน" ประกอบด้วยศูนย์การค้า โรงแรม และคอนโดมิเนียม ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 65 ไร่ มูลค่าการลงทุนกว่า 5,100 ล้านบาท โดยมุ่งมั่นเป็น Lifestyle Innovation และศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งใหม่ที่ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวโคราชและคนอีสานได้ครบ การออกแบบตัวอาคารภายนอกได้แรงบันดาลใจจากกลีบดอกสะเลเตหรือดอกมหาหงส์ โดยใช้โทนสีขาวตัดสีส้มเฉดชมพูส่วนภายในศูนย์การค้าตกแต่งด้วยแนวคิด "Seasons of Life" ในบรรยากาศสีสัน 5 ฤดูกาล ด้วย Interactive Feature ล้ำสมัย
เซ็นทรัล มหาชัย ศูนย์การค้าลําดับที่ 32
เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 เพื่อเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชาวจังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม และเป็นจุดหมายปลายทางของคนกรุงเทพฯ นักเดินทางท่องเที่ยว และคนจังหวัดใกล้เคียง ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ บนที่ดิน 100 ไร่ มูลค่าการลงทุนกว่า 3,400 ล้านบาท การออกแบบอาคารทั้งภายในและภายนอกใช้แนวคิด "มหานาวา" มีรูปทรงคล้ายเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่พร้อมกับบรรยากาศของท่าเรือและหมู่บ้านประมงอันเป็นเอกลักษณ์ของสมุทรสาคร นอกจากนี้ ยังมีโซนที่เป็นจุดเด่นที่ไม่เคยมีมาก่อน คือ "EATALAY" ตลาดอาหารทะเลที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดและปักหมุดเป็น "The Best Highway Destination" จุดแวะพักเติมความสดชื่นที่ดีและสมบูรณ์แบบที่สุดกับความสะดวกครบวงจรและห้องน้ำสะอาด
เปิดขายคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ที่นครราชสีมา เชียงราย และเชียงใหม่
บริษัท ซีพีเอ็น เรซซิเด้นท์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เปิดตัวโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมบนที่ดินบริเวณศูนย์การค้า 3 แห่ง คือ เซ็นทรัล โคราช เซ็นทรัล เชียงราย และเซ็นทรัล เชียงใหม่ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 2,200 ล้านบาท โดยโครงการทั้ง 3 แห่ง ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีอันเนื่องมาจากความโดดเด่นด้านทําเลที่ตั้งและรูปแบบโครงการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ คาดว่าจะเสร็จและพร้อมโอนได้ในปี 2562
ธันวาคม
การแปลงสภาพกองทุนรวมสิทธิการเช่าสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNRF) เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนใน สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT)
ที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนของ CPNRF เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ได้มีมติอนุมัติการแปลงสภาพ CPNRF เป็น CPNREIT และการให้เช่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา (บางส่วน) และโรงแรมฮิลตัน พัทยา แก่ CPNREIT ในมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิเท่ากับ 11,908 ล้านบาท เป็นระยะเวลาประมาณ 20 ปี โดยสิทธิการเช่าจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 สิงหาคม 2580 และได้จัดตั้งบริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของบริษัทฯ เป็นผู้จัดการกองทรัสต์ของ CPNREIT CPNREIT ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 และได้ดําเนินการเช่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา (บางส่วน) และโรงแรมฮิลตัน พัทยา แล้วเสร็จในวันที่ 1 ธันวาคม 2560 โดยหน่วยทรัสต์ CPNREIT ได้เปิดซื้อขาย วันแรกวันที่ 14 ธันวาคม 2560
ประวัติความเป็นมาในปี 2561
1. การเปิดตัวอิเกีย บางใหญ่ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต
อิเกีย บางใหญ่เป็นซูเปอร์สโตร์รูปแบบใหม่และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่รวมกว่า 50,000 ตร.ม. มีทางเข้าออกเชื่อมต่อกับเซ็นทรัล เวสต์เกตถึง 3 ชั้น การมี IKEA ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกเป็นพันธมิตรช่วยตอกย้ำให้เซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นสุดยอดศูนย์การค้าระดับภูมิภาคเพื่อรองรับความเจริญฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันตกย่านบางใหญ่
2. ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ได้มีมติอนุมัติการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (“DTC”) จำนวน 194,926,920 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 22.93 ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด850,000,000 หุ้น มูลค่ารวมประมาณ 2,141.4 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนระยะยาว และไม่เข้าร่วมในการบริหารของ DTC แต่อย่างใด
3. การขยายระยะเวลาการเช่าที่ดินของโครงการเซ็นทรัล พระราม 2
บริษัทฯ ได้ทำสัญญาขยายระยะเวลาการเช่าที่ดินของโครงการเซ็นทรัล พระราม 2 ต่ออีก 30 ปี สิ้นสุดปี 2598 และปี 2603 (บางส่วน) ซึ่งการทำรายการดังกล่าวทำให้บริษัทฯ สามารถทำการบริหารและพัฒนาศูนย์การค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขและราคาการต่อสัญญาเช่าช่วงที่ดินและการเช่าอาคาร เพื่อเสนอสิทธิให้แก่ CPNREIT ได้พิจารณาเป็นลำดับต่อไป
4. เปิดให้บริการเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า (Central Phuket Floresta)
เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 เชื่อมต่อกับเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองภูเก็ตบนพื้นที่ประมาณ 111 ไร่ ปักธงในการเป็นลักชูรีแฟล็กชิพแห่งแรกของบริษัทฯ ที่ผสมผสานประสบการณ์การใช้ชีวิตและการพักผ่อนได้อย่างลงตัว ตอกย้ำความเป็น The Magnitude of Luxury & Leisure Resort Shopping Destination ระดับโลกอย่างสมบูรณ์ให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และกลุ่มลูกค้าท้องถิ่น อีกทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มี Attraction ได้แก่ 1) ไตรภูมิ การผจญภัยเสมือนจริงแบบสามมิติในโลกแฟนตาซีวอล์กทรูแห่งแรกของโลก 2) Aquaria อควาเรียมที่มีสัตว์ต่าง ๆ รวมกว่า 25,000 ตัว และ 3) Tales of Thailand ศูนย์รวมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นไทยทั่วทุกภาค
5. ซื้อหุ้นบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ “GLAND”
บริษัท ซีพีเอ็น พัทยา จำกัด (ซีพีเอ็น พัทยา) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นสามัญ GLAND ในสัดส่วนทั้งหมดร้อยละ 67.53 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายทั้งหมด โดยแบ่งเป็นการซื้อจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 50.43 และจากการทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) อีกร้อยละ 17.10 ที่ราคา 3.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงินรวม 13,607 ล้านบาท โดยการเข้าทำรายการดังกล่าว เนื่องจาก GLAND เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อขายและเพื่อให้เช่าและบริการ ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย และพื้นที่ค้าปลีก และ GLAND ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนาและที่ดินเปล่า (Land Bank) หลายแปลงที่จะนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
6. เปิดตัวโครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ จำนวน 3 โครงการ
ประกอบด้วยโครงการแนวสูง 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการคอนโดมิเนียม ฟิล พหล 34 โครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ โครงการแรก ตั้งอยู่ปากซอยพหลโยธิน 34 ทำเลเดินทางสะดวกติดกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีเสนานิคม ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 2) โครงการคอนโดมิเนียม เอสเซ็นท์ อุบลราชธานี โครงการคอนโดมิเนียมในบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุบล รวมถึงเปิดตัวโครงการนิยาม บรมราชชนนี โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชูรี ตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี เดินทางสะดวกทั้งคู่ขนานลอยฟ้า และทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล ศาลายา
ประวัติความเป็นมาในปี 2562
1. การเปิดให้บริการ “ไตรภูมิ มหัศจรรย์สามโลก”
ไตรภูมิ มหัศจรรย์สามโลก ธีมพาร์ครูปแบบ สามมิติอินเตอร์แอ็กทีฟแห่งแรกของโลก เปิดให้บริการที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางการ ท่องเที่ยวของโลกเพื่อมอบความสุขและ ประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับตำนาน ความเชื่อของไทยในรูปแบบสากลให้แก่ กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ พร้อมเติมเต็มให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางระดับโลกทั้งด้านการช้อปปิ้ง และการพักผ่อนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
2. การเปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้
การเปิดให้บริการของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในต่างประเทศ และเป็นศูนย์การค้า ลำดับที่ 33 ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในโครงการไอ-ซิตี้ อัลตราโพลิส ในเมืองชาห์อลัม รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (Mixed-use Development) โดยบริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับ กลุ่มไอ-เบอร์ฮาด ผู้นำด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศมาเลเซีย ในสัดส่วนร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ
3. ประกาศโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค
บริษัทฯ เตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการ มิกซ์ยูสบนทำเลที่มีศักยภาพสูง เพื่อการเติบโต ของธุรกิจต่อไปในระยะยาว เริ่มจากการเข้าซื้อหุ้น สามัญของบริษัท เบย์วอเตอร์ จำกัด (เบย์วอเตอร์) จากบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 50 โดยการลงทุนครั้งนี้จะ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเพิ่มฐานรายได้ ในการเติบโตเนื่องจากเบย์วอเตอร์ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน บริเวณถนนพหลโยธินซึ่งเป็นที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมในอนาคต รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและ ลดความเสี่ยงในการเข้ามาถือหุ้นของบุคคลอื่น นอกจากนี้ ได้เปิดตัวโครงการเอสเซ็นท์ พาร์ควิลล์ เชียงใหม่ คอนโดมิเนียมแห่งที่ 3 ในบริเวณศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ หลังจากที่สองโครงการแรกประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถปิดการขายได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น
4. เดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม หรือ “มิกซ์ยูส” อย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ เตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการ มิกซ์ยูสบนทำเลที่มีศักยภาพสูง เพื่อการเติบโต ของธุรกิจต่อไปในระยะยาว เริ่มจากการเข้าซื้อหุ้น สามัญของบริษัท เบย์วอเตอร์ จำกัด (เบย์วอเตอร์) จากบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 50 โดยการลงทุนครั้งนี้จะ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเพิ่มฐานรายได้ ในการเติบโตเนื่องจากเบย์วอเตอร์ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน บริเวณถนนพหลโยธินซึ่งเป็นที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมในอนาคต รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและ ลดความเสี่ยงในการเข้ามาถือหุ้นของบุคคลอื่น นอกจากนี้ ได้เปิดตัวโครงการเอสเซ็นท์ พาร์ควิลล์ เชียงใหม่ คอนโดมิเนียมแห่งที่ 3 ในบริเวณศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ หลังจากที่สองโครงการแรกประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถปิดการขายได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น
5. การลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของธุรกิจหลักในอนาคต
เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาและกระจายแหล่งรายได้ที่หลากหลายขึ้น บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในธุรกิจ Grab ประเทศไทย ผ่าน การร่วมลงทุนกับบริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยธุรกิจ Grab นั้นมีศักยภาพการ เติบโตสูง และสามารถสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตให้แก่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ ช่วยเพิ่มช่องทางในการขยายธุรกิจและเพิ่มจำนวน ผู้มาใช้บริการในศูนย์การค้าและมีบริการส่งอาหาร (Food Delivery) ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า ที่อยู่ภายในศูนย์การค้าอีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการเปิดตัว Common Ground โคเวิร์กกิ้งสเปซ 2 แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการ ร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มบริษัท Common Ground จากประเทศมาเลเซีย ที่อาคารสำนักงาน จี ทาวเวอร์ (G Tower) พระราม 9 ซึ่งอยู่ในบริเวณ เดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และที่อาคาร สำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเศส ซึ่งอยู่ในบริเวณ เดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อสร้างความเป็น Destination แห่งใหม่ ใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่ ของกรุงเทพฯ สำหรับกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และ ผู้ประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีไลฟ์สไตล์การทำงาน นอกบ้านและนอกออฟฟิศ และผสมผสานการทำงาน กับการใช้ชีวิตใกล้ศูนย์การค้า
6. การเปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ และการร่วมลงทุนของพันธมิตรระดับโลก
ศูนย์การค้ารูปแบบลักชูรีเอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรก ของประเทศไทย และเป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 34 ของ บริษัทฯ ออกแบบโดยเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย ที่จะสร้างความภาคภูมิใจในฐานะเดสติเนชันแห่งการ ช้อปปิ้งบนทำเลที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ รองรับ ทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดย รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมกว่า 130 ร้านค้า ซึ่งใน เฟสแรกนั้นได้เปิดพื้นที่ให้เช่าประมาณ 20,000 ตร.ม. และต่อมาบริษัทฯ ได้ผนึกพันธมิตรระดับโลกอย่างบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย (MEA) หนึ่งในกล่ม บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (MEC) ซึ่งเป็น ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ในประเทศญี่ปุ่น มาร่วมลงทุนในโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ในสัดส่วนร้อยละ 30 (โดยบริษัทฯ ถือครองอีก ร้อยละ 70) หวังผลักดันเซ็นทรัล วิลเลจเป็นลักชูรี เอาท์เล็ตที่ดีที่สุดในอาเซียนสู่ความสำเร็จร่วมกัน ‘Two Nations, One Success’
7. การให้เช่าสินทรัพย์เพิ่มเติมแก่กองทรัสต์ CPNREIT
บริษัทฯ มีมติตกลงให้ CPNREIT เช่าสินทรัพย์ของ บริษัทฯ ซึ่งประกอบไปด้วยศูนย์การค้า 4 โครงการ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีนา (บางส่วน) มีสัญญา ให้เช่าเป็นระยะเวลา 15 ปี สิ้นสุดปี 2578 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ลำปาง (บางส่วน) มีสัญญาให้เช่าเป็น ระยะเวลา 22 ปี สิ้นสุดปี 2584 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี (บางส่วน) มีสัญญาให้เช่าเป็นระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุดปี 2593 และศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุบล (บางส่วน) มีสัญญาให้เช่าเป็นระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุด ปี 2593 และยังมีการขยายระยะเวลาสิทธิการเช่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 (บางส่วน) ไปอีก 30 ปี สิ้นสุดปี 2598
ประวัติความเป็นมาในปี 2563
1. ผลกระทบและมาตรการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโรค COVID-19 ต่อธุรกิจของบริษัทฯ
จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรค COVID-19 ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยและต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อ ธุรกิจของบริษัทฯ นั้น บริษัทฯ มีการบริหารจัดการ เพื่อลดผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและผู้มีส่วน ได้เสียทุกกลุ่ม ดังนี้
- ธุรกิจศูนย์การค้า
มีการปิดให้บริการทั้ง 33 แห่งในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม - 16 พฤษภาคม รวม ทั้งสิ้น 45-56 วัน และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ในประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่15 มีนาคม - 3 พฤษภาคม โดยยังเปิดให้บริการเฉพาะร้านค้า ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเท่านั้น และต่อมาได้ ทยอยเปิดให้บริการศูนย์การค้าตามปกติ โดยมี จำนวนผู้มาใช้บริการที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” แม่บทใน การดูแลควบคุมความสะอาดและความปลอดภัย ของสถานที่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าที่มาใช้ บริการ รวมถึงการจัดทำระบบ Chat and Shop, Call Center, Pick Up Counter และ Drive Through Pick Up เพื่อเพิ่มความสะดวกและ ปลอดภัยสำหรับลูกค้ายิ่งขึ้น - ธุรกิจอาคารสำนักงาน
ยังคงเปิดดำเนินการตามปกติ โดยมีมาตรการ ควบคุมการเข้าออกของผู้มาใช้สถานที่อย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีพนักงานบางส่วนทำงาน จากบ้าน (Work from Home) ระหว่างที่มีการ ล็อกดาวน์นั้น สัดส่วนของพนักงานที่กลับมา ทำงานในอาคารสำนักงานปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม ลำดับภายหลังจากที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ลงแล้ว - ธุรกิจโรงแรม
ปิดให้บริการทั้งสองโรงแรมตั้งแต่เดือนเมษายน โดยโรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อุดรธานี กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือน กรกฎาคม และโรงแรมฮิลตัน พัทยา ได้มีการ ปรับปรุงใหญ่และทยอยกลับมาเปิดให้บริการ ในช่วงปลายปี โดยทั้งสองโรงแรมมีอัตราการ ใช้ห้องพักที่ฟื้นตัวขึ้น ส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม นักท่องเที่ยวในประเทศ - ธุรกิจขายโครงการอสังหาริมทรัพย์
มีการเปิดรับจองโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้า สามารถเข้ามาเยี่ยมชมโครงการในสถานที่ตั้งจริง รวมถึงผ่านแพลตฟอร์มโชว์รูมออนไลน์ (Virtual Showroom) และบนแอปพลิเคชันมือถือ โดย ทุกโครงการยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่สามารถตอบโจทย์ การใช้ชีวิตของลูกค้าในยุค New Normal ได้ อย่างดี
2. การให้เช่าทรัพย์สินและต่ออายุสัญญาสิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัล พระราม 2 แก่กองทรัสต์ CPNREIT
บริษัทฯ ได้เข้าทำรายการต่ออายุสัญญาสิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัล พระราม 2 แก่กองทรัสต์ CPNREIT จากเดิมสิ้นสุดปี 2568 เป็นเวลาอีก 30 ปี สิ้นสุดปี 2598 เป็นที่เรียบร้อย โดยรายการดังกล่าวทำให้บริษัทฯ บันทึกรายได้พิเศษระหว่างปีตามรายละเอียดในการวิเคราะห์และอธิบายผลการดำเนินงานในส่วนของการให้เช่า สินทรัพย์เพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ CPNREIT นั้นอยู่ระหว่างการทบทวน โดยคาดว่าจะสามารถทำรายการบางส่วนเสร็จสิ้นได้ภายในต้นปี 2564
3. เปิดตัวโครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ จำนวน 7 โครงการ
ประกอบด้วยโครงการแนวราบ 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการเอสเซ็นท์ ทาวน์ พิษณุโลก ในรูปแบบ ทาวน์โฮม บนทำเลติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก 2) โครงการนินญา กัลปพฤกษ์ ในรูปแบบบ้านแฝด บนทำเลติดถนนใหญ่กัลปพฤกษ์ ใกล้ถนนบางแค ถนนกาญจนาภิเษก ถนนเพชรเกษม และทางพิเศษ กาญจนาภิเษก 3) โครงการนิรติ เชียงราย ในรูปแบบ บ้านเดี่ยวบนทำเลใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เพียง 4 กม. และ 4) โครงการนิรติ บางนา ในรูปแบบ บ้านเดี่ยว บนทำเลใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ และใกล้สนามบิน สุวรรณภูมิ ทางด่วน สถานศึกษา และโรงพยาบาล บนถนนบางนา-ตราด
นอกจากนี้มีการเปิดตัวโครงการแนวสูงอีก 3 แห่ง ได้แก่ 1) โครงการเอสเซ็นท์ ระยอง 2 เป็น คอนโดมิเนียมแห่งที่ 2 บนทำเลติดศูนย์การค้า เซ็นทรัล ระยอง ภายหลังจากที่คอนโดมิเนียม แห่งแรกประสบความสำเร็จในการขายหมดทั้งโครงการ 2) โครงการเอสเซ็นท์ โคราช เป็นคอนโดมิเนียมแห่งที่ 2 บนทำเลติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ภายหลัง จากที่คอนโดมิเนียมแห่งแรกสามารถปิดการขาย ทุกยูนิตได้อย่างรวดเร็ว และ 3) โครงการเอสเซ็นท์ หาดใหญ่ เป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกบนทำเล ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่
4. Member of the Dow Jones Sustainability Indices (DJSI)
Central Pattana has been selected to be a member of Dow Jones Sustainability Indices (DJSI). Central Pattana is the only property developer company and one of twelve companies in Thailand that has been selected to be a membership of DJSI World for the third consecutive year (2018-2020) and DJSI Emerging Market for the seventh consecutive year (2014-2020).
ประวัติความเป็นมาในปี 2564
1. ผลกระทบและมาตรการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโรค COVID-19 ต่อธุรกิจของบริษัทฯ โดยแยกตามธุรกิจ ดังนี้
• ธุรกิจศูนย์การค้า
ในปี 2564 ธุรกิจศูนย์การค้ายังได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โรค COVID-19 และมาตรการ ภาครัฐ โดยมีการจำกัดเวลาการเปิดให้บริการ ศูนย์การค้าจนถึงการปิดศูนย์การค้า (ให้บริการได้ เฉพาะร้านค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต) ระหว่าง เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ ควบคุมสูงสุด อย่างไรก็ตาม หลังจากกลับมาเปิด บริการตามปกติจำนวนผู้มาใช้บริการที่ฟื้นตัวขึ้น อย่างต่อเนื่อง จากมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” แม่บทในการดูแลควบคุม ความสะอาดและความปลอดภัยของสถานที่ เพื่อ เพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ อำนวย ความสะดวกให้ลูกค้าด้วยแพลตฟอร์ม Central Connect เชื่อมโยงทุกบริการในศูนย์การค้า และช่องทางการขายแบบ Omnichannel ทั้ง Call-Click-Chat, Drive-Thru และ Delivery Services เป็นต้น รวมทั้งยังให้ความร่วมมือกับ ภาครัฐสร้างต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัยสำหรับ จุดฉีดวัคซีนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 23 สาขา ทั่วประเทศ เพื่อช่วยกระจายวัคซีนให้กับ ประชาชนอีกด้วย
• ธุรกิจอาคารสำนักงาน
แม้บริษัทส่วนใหญ่ยังคงนโยบายให้พนักงาน บางส่วนทำงานจากบ้าน (Work from Home) ในปี 2564 แต่บริษัทเหล่านั้นยังสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ทำให้ธุรกิจให้เช่าสำนักงาน ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยบริษัทฯ ดำเนิน มาตรการรักษาความสะอาดและความปลอดภัย ในอาคารสำนักงานทุกแห่ง ด้วยมาตรฐาน เดียวกันกับศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ พนักงานอาคารสำนักงานและผู้เข้ามาใช้บริการ
• ธุรกิจโรงแรม
ธุรกิจโรงแรมยังได้รับผลกระทบจากมาตรการ จำกัดการเดินทางระหว่างประเทศและพฤติกรรม ของการท่องเที่ยวของชาวไทยที่ยังระมัดระวังใน การเดินทาง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ทำโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox)” ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม และโครงการ “Test & Go” ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ในจังหวัดที่กำหนด ทำให้ภาคการท่องเที่ยวรวมถึงโรงแรมทยอย ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี
• ธุรกิจขายโครงการอสังหาริมทรัพย์
ปี 2564 บริษัทฯ ยังเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ อย่างต่อเนื่องโดยดูจากพื้นที่ที่มีศักยภาพและ อุปสงค์ที่แท้จริงเป็นหลัก บริษัทฯ ยังคงมาตรการ ความปลอดภัยแก่ลูกค้าทั้งการรักษาระยะห่าง ในการเยี่ยมชมโครงการ การสำรองเวลาการ เยี่ยมชม รวมถึงผ่านแพลตฟอร์มโชว์รูมออนไลน์ (Virtual Showroom) และบนแอปพลิเคชันมือถือ
2. ดำเนินรายการให้สิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัล ลำปาง และเซ็นทรัล มารีนา แก่กองทรัสต์ CPNREIT
การจดทะเบียนสิทธิการให้เช่าทรัพย์สินโครงการเซ็นทรัล มารีนา และโครงการเซ็นทรัล ลำปาง ได้ดำเนินการ แล้วเสร็จในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 โดยบริษัทฯ ให้สิทธิการเช่าเซ็นทรัล มารีนา ประมาณ 14 ปี สิ้นสุดใน วันที่ 30 เมษายน 2578 และเซ็นทรัล ลำปาง ประมาณ 21 ปี โดยสิทธิการเช่าจะสิ้นสุดในวันที่ 16 ธันวาคม 2584
3. ร่วมลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมบริเวณถนนวิทยุ และซอยสมคิด กรุงเทพฯ
บริษัทฯ เข้าร่วมลงทุนในบริษัท เซ็นทรัล แอนด์ ฮ่องกงแลนด์ จำกัด (“CHKL”) สัดส่วนร้อยละ 25 โดย CHKL เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัทฯ บริษัทห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด (HCDS) และบริษัท เอชเคแอล (ไทยดีเวลลอปเม้นท์) จำกัด (“HKL (Thai Development)”) (บริษัทในกลุ่มฮ่องกงแลนด์) อัตราส่วนร้อยละ 25:26:49 ตามลำดับ โดย CHKL มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม โดยคาดว่า จะใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 5 ปี และจะแล้วเสร็จภายในปี 2569
4. ยืนหนึ่งด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
- Member of Dow Jones Sustainability Indices บริษัทอสังหาริมทรัพย์หนึ่งเดียวใน ประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนี ความยั่งยืนระดับโลก DJSI World หรือบริษัท ยั่งยืนระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (2561-2564) และ DJSI Emerging Markets ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 (2557-2564)
- SET Sustainability Award & THSI ด้วย ความมุ่งมั่นใส่ใจดูแลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าง ต่อเนื่องทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน Highly Commended in Sustainability จากงาน SET AWARDS 2021 และติดอันดับหุ้นยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 (นับตั้งแต่ปี 2558-2564)
- GRESB ในปี 2564 บริษัทฯ ผ่านการประเมิน GRESB Real Estate Assessment เป็นปีแรก อีกด้วย โดยมาตรฐานการประเมิน GRESB เป็นมาตรวัดความยั่งยืนของธุรกิจในกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยบริษัทฯ ได้มาตรฐานระดับ Green Star ถึง 2 หมวด ได้แก่ หมวด Management และ Development และ Score A ในหมวดการ เปิดเผยข้อมูล
5. การเปิดตัวโครงการศูนย์การค้าใหม่จำนวน 2 โครงการ
1) โครงการเซ็นทรัล ศรีราชา
เปิดตัวในเดือนตุลาคม ภายใต้แนวคิด Living Green in Smart City of EEC Center โครงการ มิกซ์ยูสที่ครบครันแห่งแรกใจกลางเมืองศรีราชา ที่จะเสริมทั้งด้านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แบบ Urbanization
2) โครงการเซ็นทรัล อยุธยา
เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน ภายใต้แนวคิด The Prosperity of the Capital ที่จะนำความสวยงามทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของจังหวัดมานำเสนอแก่สายตาผู้มาเยือน
6. เปิดตัวโครงการที่พักอาศัยแห่งใหม่ จำนวน 4 โครงการ
ประกอบด้วยโครงการแนวราบ 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการ นิรติ ดอนเมือง ในรูปแบบโครงการที่พักแบบผสม บนถนน เชิดวุฒากาศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง และ 2) โครงการ เอสเซ็นท์ อเวนิว ระยอง ในรูปแบบโฮมออฟฟิศ บนทำเล ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง และโครงการแนวสูง 2 แห่ง ได้แก่ 1) โครงการเอสเซ็นท์ วิลล์ อยุธยา บนทำเลติด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา และ 2) โครงการฟีล ภูเก็ต บนทำเลติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต
7. การเข้าซื้อกิจการบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (SF)
ในปี 2564 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นใน บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ (SF) โดย ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ ถือหุ้น สัดส่วนร้อยละ 96 และเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ได้แจ้งข่าวแผนการเพิกถอนหลักทรัพย์ของ SF และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการเข้าซื้อ กิจการของ SF นั้นจะช่วยเสริมการเติบโตในระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง ผ่านโครงการศักยภาพสูงหลายแห่ง อาทิ คอมมูนิตี้ มอลล์ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับ Super Regional Mall อย่างเมกาบางนา เป็นต้น
ประวัติความเป็นมาในปี 2565
1. ผลกระทบและมาตรการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ต่อธุรกิจของบริษัทฯ
เศรษฐกิจ ของประเทศรวมถึง ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจท่องเที่ยว แนวโน้มค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังสอดคล้องกับตัวเลขภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการเปิดประเทศ และการผ่อนคลายมาตรการรักษาความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจศูนย์การค้าสามารถเปิดให้บริการตามปกติตลอดปี ส่งผลให้ธุรกิจศูนย์การค้า และธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวได้ดีในปี 2565
2. เปิดให้บริการเซ็นทรัล วิลเลจ โซนใหม่
พร้อมมอบประสบการณ์ที่มากกว่าแบรนด์เนมช้อปปิ้ง สู่การเป็น Thailand’s Most Complete Luxury Outlet & Lifestyle Destination ที่ครบและสมบูรณ์แบบที่สุด ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ด้วยแบรนด์เนม ชั้นนำกว่า 300 แบรนด์ เจาะลึก ครบครันในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อม 5 ไฮไลต์ 1) Instagrammable Landmarks ทั่วทั้งโครงการ 2) ดีไซน์หนึ่งเดียวในโลก ตระการตาเป็นเอกลักษณ์ Thai Modern 3) Pet-Friendly สำหรับ คนรักสัตว์ 4)สร้างFestiveVibes ตลอดทั้งปีและ 5)เดินทางสะดวกมาง่ายเพียง30นาทีจากBangkokCBD
3. ประกาศเดินหน้าวิสัยทัศน์ Imagining Better Futures for All สร้าง Sustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
ด้วยบทบาทของ ‘Place Maker’ หรือนักพัฒนาพื้นที่แห่งอนาคต ที่บุกเบิกสร้างเมืองและความเจริญ ทั่วประเทศพร้อมด้วยพันธกิจในการดูแล ’คน’ โดยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนพร้อมกับการดูแล ‘Planet’สิ่งแวดล้อมและโลก บริษัทฯชูแผนธุรกิจ 5ปี(2022-2026) ทุ่มงบ120,000ล้านบาทด้วยกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน ด้วยการสร้าง Synergy ผนึกกำลังธุรกิจมิกซ์ยูส คู่ค้า ชุมชน ทุกฝ่าย บุกเบิกสร้างมาตรฐานใหม่ ของพื้นที่การใช้ชีวิตแห่งอนาคต และมุ่งสู่องค์กรแห่งการสร้างโอกาส พัฒนา ‘คน’ พัฒนาเมืองและประเทศ และยกระดับวงการอสังหาฯ และค้าปลีกของไทย
4. เดินหน้า Retail-Led Mixed-Use Development ด้วยเซ็นทรัล จันทบุรี และเซ็นทรัล เวสต์วิลล์
ชูศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ ‘Center of Life’ ทุกแห่งผสานจุดแข็ง 3 ส่วนสำคัญได้แก่ 1) Sustainable Ecosystem: พัฒนาย่าน- พัฒนาเมืองเป็น Ecosystem ที่แข็งแกร่งทุกแห่ง 2) Customer-Centric: ลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญสร้างคอมมนู ติ ที่ประสบความสำเร็จ และ 3) Partner Champions: เป็น Business Partner ดันธุรกิจคู่ค้าเติบโตทั้งในและต่างประเทศ โดยเปิด “เซ็นทรัล จันทบุรี” โครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ดันเศรษฐกิจเมืองรอง รับความเจริญต่อเนื่องจากเขต EEC ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 และพลิกโฉม ย่านราชพฤกษ์ด้วย “เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ต่อยอดความสำเร็จเป็นผู้นำรีเทลแบบ Semi-Outdoor ปั้นสู่ย่าน Upper- Class Lifestyle ของกรุงเทพฯ ทางด้านตะวันตก เจาะกลุ่ม Affluent & Quality Lifestyle ซึ่งจะเปิดให้บริการ ปลายปี 2566
โครงการเซ็นทรัลจันทบุรี เป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งเดียวในจังหวัดที่ครบครันที่สุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยศูนย์การค้าแบบ Semi-Outdoor พื้นที่สีเขียว ขนาดใหญ่ 4 ไร่ ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม พื้นที่สำหรับ ครอบครัวและสัตว์เลี้ยงและSport Destination พร้อมทั้งเปิดเมืองสร้าง ‘Urbanized Landmark’ แห่งใหม่พร้อม Co-Createร่วมกับท้องถิ่นชูเสน่ห์เมืองจันท์ ดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยวยกระดับเมืองจันท์ทุกมิติ
5. เปิดตัวโรงแรม Centara Korat และแผนธุรกิจโรงแรม
เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าธุรกิจโรงแรมพร้อมแผน ลงทุน 5 ปี ขยายโรงแรมรวม37โครงการใน 27 จังหวัด รวมกว่า 4,000 ห้อง มูลค่าการลงทุน กว่า 10,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยสร้างมาตรฐานแห่งการพักอาศัยในโรงแรมทุกแห่ง เป็นเดสติเนชั่นอันดับ 1 ในด้านการเดินทาง ภายในประเทศ บุกเบิก Travel Ecosystem ด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญได้แก่ 1) Complete Travel Ecosystem มองธุรกิจโรงแรมมากกว่า การท่องเที่ยวแต่คือการเดินทางที่จะตอบโจทย์ นักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ในทุกจุดประสงค์ ทั้งการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อน เพื่อการติดต่อธุรกิจ หรือเพื่อการทำงานและ พักอาศัย หรือการผสมผสานทุกจุดประสงค์ เข้าหากัน 2) Create New Standard of Travel Lifestyle สร้างมาตรฐานการพักโรงแรม ทั่วประเทศ ด้วยแบรนด์โรงแรมครอบคลุม ทุกเซ็กเมนต์ พร้อมการสร้าง Synergy กับ ธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา และในกลุ่มเซ็นทรัล และ 3) Co-Creating with Communities ผนึกกำลังชุมชน ส่งเสริมอัตลักษณ์ ต่อยอดและกระจายรายได้ สู่ธุรกิจในท้องถิ่น โดยเปิดตัวโรงแรม Centara Korat ในเดือนกันยายน 2565 เพื่อเติมเต็มโครงการ “เซ็นทรัล โคราช” ให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุด ในภาคอีสาน
6. ร่วมทุนใน JWD Store It!
เซ็นทรัลพัฒนาจับมือบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (JWD) ผู้นำบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน และบริษัท สโตร์ อิท! แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจห้องเก็บของส่วนตัวในประเทศ สิงคโปร์ รุกขยายธุรกิจ Self-Storage พื้นที่เก็บของให้เช่า ดึงดูดลูกค้า B2B และB2C โดยเซ็นทรัลพัฒนาเข้าลงทุนในนามบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี สโตร์ อิท! จำกัด (JWD Store It!) ในสัดส่วนร้อยละ 30 ภายใต้เงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ปัจจุบัน JWD Store It! ให้บริการทั้งหมด 6 สาขาในประเทศไทย และมีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 13,000 ตร.ม.
7. เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม ESCENT ติดกับโรบินสัน ไลฟ์สไตล์และ แผนธุรกิจ Residential ภายใน 5 ปี ขยายเพิ่มกว่า 50 โครงการ
เซ็นทรัลพัฒนาย้ำความสำเร็จ Retail-Led Mixed-Use Development โดยในแผน 5 ปี ขยายธุรกิจที่พักอาศัยเพิ่มกว่า 50 โครงการ ทำให้ในอนาคตจะมีโครงการทั้งสิ้นครอบคลุม 27 จังหวัดมากกว่า70 โครงการและมีลูกบ้าน20,000 ครอบครัว ชูคุณภาพ “บ้านเซ็นทรัล” เชื่อมต่อด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) Best in Town แบรนด์แข็งแกร่งเจาะทำเลที่ดีที่สุดใจกลางเมือง 2) Beyond Quality คุณภาพ-ไลฟ์สไตล์-ความปลอดภัยที่เหนือความคาดหมาย และ 3) Strong Synergy ผนึกกำลังใน เครือเซ็นทรัลเติมเต็ม Lifestyle Journey
โครงการใหม่ในปี 2565 ได้แก่คอนโดมิเนียม ‘เอสเซ็นท์’ 4 โครงการที่ สุราษฎร์ธานี ติดกับเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี และอีก 3 โครงการติดกับโรบินสัน ไลฟสไตล์คือ สุพรรณบุรี ‘ฉะเชิงเทรา’ และ ตรัง โครงการแนวราบคือนินญาราชพฤกษ และ ‘นิรติ เชียงใหม่’
8. ประกาศโครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์ และเซ็นทรัล นครปฐม
เซ็นทรัลพัฒนาประกาศลงทุน โครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์ และเซ็นทรัล นครปฐม รวม 14,000 ล้านบาท โดยเปิดให้บริการในครึ่งปีแรกของปี 2567 ปั้นเมืองศักยภาพพาคู่ค้าเติมโตทั่วประเทศ พร้อมเชื่อมโยงและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน
9. ประกาศโครงการโรงแรม โกโฮเทล บ่อวิน (GO! Hotel) ติดโรบินสันไลฟ์สไตล์
เซ็นทรัลพัฒนาเปิดตัวโรงแรม โกโฮเทล บ่อวิน โรงแรม Premium Budget แหง่ แรกในไทย ภายใต้การพัฒนาและบริหารโดยเซ็นทรัลพัฒนาที่อำเภอบ่อวิน จังหวัดชลบุรี พร้อมให้บริการที่ได้มาตรฐาน อยู่ติดกับโรบินสัน ไลฟส์ไตล์ บ่อวินเพียง 20 ก้าวและเดินทางสะดวกใกล้เซ็นทรัล ศรีราชา เพียง 20 นาที ให้บริการห้องพัก 79 ห้อง และห้องพัก Pet Friendly สำหรับสัตว์เลี้ยงน้ำหนักไม่เกิน 10กก. เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว Staycation รวมทั้งมี Co-Working Space ซึ่งมีบริการห้องประชุมและพื้นที่สวนตลอด 24 ชม.
ประวัติความเป็นมาในปี 2566
1. การกลับเข้าสู่ภาวะปกติจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19
ในปี 2566 สถานการณ์โดยทั่วไปของบริษัทฯ ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และเติบโตต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2566 โดยส่วนลดค่าเช่าที่บริษัทฯ ให้เพื่อช่วยเหลือร้านค้าในภาพรวม กลับเข้าสู่ภาวะปกติทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งนี้รายได้ของธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจอาคาร สำนักงาน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายของบริษัทฯ ได้ฟื้นตัวและเติบโตมากกว่า ปี 2562 แล้วในทุกธุรกิจ
2. “เซ็นทรัลพัฒนา” สู่โมเดลธุรกิจแห่งอนาคต “The Ecosystem for All” เชื่อมโยงทุกภาคส่วน พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ
บริษัทฯ ตั้งเป้าเป็น “The Ecosystem for All” ที่ทุกธุรกิจเติบโต แข็งแกร่ง โดยมี Retail เป็นหัวใจสำคัญ ด้วย 3 กลยุทธ์ 1) ตอบโจทย์ชีวิตครบ 360 องศา ทั้ง Online & Offline 24/7 ตลอด 365 วัน 2) Total B2B2C Solutions ลงทุนด้าน Technology & Data-Driven Omnichannel 300-500 ล้านบาท ต่อปีและ 3) Place Making สร้างพื้นที่ที่ดูแลผู้คน และสิ่งแวดล้อมสู่ Net Zero 2050 โดยแผน ลงทุน 5 ปี (ปี 2566-2570) เฉลี่ยปีละ 25,000-35,000 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการของทุกธุรกิจรวมกันกว่า 200 โครงการ มีมิกซ์ยูส 25 โครงการ ครอบคลุม 30 เมืองในไทยและอาเซียน
3. เปิดตัวเซ็นทรัล รามอินทรา หลังจากปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี
บริษัทฯ เปิดตัวเซ็นทรัล รามอินทรา ในเดือนมกราคม 2566 หลังปิดปรับปรุงโดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของทำเลที่มีการเชื่อมโยงมาจากย่านลาดพร้าว พหลโยธิน และรามอินทรา ด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีชมพู พร้อมทั้งยกระดับการใช้ชีวิตคุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “Everyday Good Vibes” เพื่อเป็น Shopping and Food Destination ดีที่สุดในย่านรามอินทรา และ Eco-living Landmark
4. เปิดตัว Marché Thonglor
บริษัทฯ ได้เปิดตัว Marché Thonglor ในเดือนมีนาคม 2566 หลังปิดปรับปรุงและได้เปลี่ยนชื่อจาก โครงการ Market Place Thonglor โดยการปรับปรุงครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่เช่าอีก 10,000 ตร.ม. แต่ยังเป็นการเปลี่ยนโฉมภาพลักษณ์เป็น Flagship of Community Mall และ New Landmark ที่ใหญ่และครบครัน พร้อมให้บริการแก่ชุมชนใกล้เคียงและพนักงานจากอาคารสำนักงานที่อยู่ภายใน โครงการเดียวกัน (พัฒนาโดย บมจ. ยูนิเวนเจอร์) และสำนักงานบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ สีเขียวกว่า 2,300 ตร.ม. ทั้งยังเป็นโครงการ Pet-Friendly และ Food Destination พร้อมให้บริการ ที่จอดรถ 24 ชม.
5. เปิดตัวเซ็นทรัล นครสวรรค์ เซ็นทรัล นครปฐม และเซ็นทรัล กระบี่
บริษัทฯ ประกาศโครงการมิกซ์ยูสใหม่ 3 โครงการ ที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครปฐม และจังหวัด กระบี่ ตามลำดับ ภายในโครงการจะประกอบด้วย ศูนย์การค้า ที่พักอาศัย โรงแรม และสวนนันทนาการ ซึ่งจะนำร่องด้วยโครงการศูนย์การค้า โดยเซ็นทรัล นครสวรรค์ ได้เปิดให้บริการแล้วในวันที่ 31 มกราคม 2567 และตั้งเป้าเปิดบริการเซ็นทรัล นครปฐม วันที่ 30 มีนาคม 2567 และเซ็นทรัล กระบี่ ช่วงต้นปี 2568 โดยทั้ง 3 จังหวัดถือเป็นเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพในแง่ของจำนวนประชากร นักท่องเที่ยว กำลังซื้อ และการขยายตัวของเมืองรวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงในอนาคต
6. เปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เปิดให้บริการ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ตั้งอยู่บนถนน ราชพฤกษ์ รองรับกำลังซื้อกรุงเทพฯ ตะวันตก เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เป็นโครงการ Semi Outdoor ที่ผสมความเป็นธรรมชาติให้เข้ากับการใช้ชีวิต ที่สะดวกสบายของคนเมือง พร้อมทั้งเป็น ศูนย์การค้าที่เป็น Pet-Friendly ตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว
7. เปิดตัวโครงการที่พักอาศัยจำนวน 5 โครงการ
บริษัทฯ เปิดตัวโครงการที่พักอาศัยในปี 2566 ทั้งหมด 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7.4 พันล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ได้แก่ คอนโดเอสเซ็นท์ เพชรบุรีและบุรีรัมย์ และ โครงการบ้านแนวราบ 3 โครงการ ได้แก่ บ้านนิรติ นครศรี บ้านนิรดา พระราม 2 และบ้านนิรดา อุทยาน-อักษะ
8. เปิดให้บริการ 5 โรงแรม บริเวณเดียวกับศูนย์การค้า
บริษัทฯ เปิดให้บริการโรงแรมในปี 2566 จำนวน 5 โครงการ โดยโรงแรมเซ็นทาราเปิดบริเวณเดียวกับ ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา โรงแรมโก! โฮเทล (Premium Budget Hotel) เปิดบริเวณเดียวกับ ศูนย์การค้าของบริษัทฯ และศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ประกอบด้วย โรงแรมเซ็นทารา อุบล จำนวน 160 ห้อง ในเดือนมีนาคม โรงแรมโก! โฮเทล บ้านฉาง จำนวน 79 ห้อง ในเดือนพฤษภาคม โรงแรมโก! โฮเทล ศรีราชา จำนวน 79 ห้อง และโรงแรมโก! โฮเทล ชลบุรี จำนวน 79 ห้อง ในเดือน สิงหาคม และโรงแรมเซ็นทารา อยุธยา จำนวน 224 ห้อง ในเดือนธันวาคม
9. เปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส “เซ็นทรัล อุบล”
โครงการมิกซ์ยูส “เซ็นทรัล อุบล” ประกอบด้วย ศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์ มูลค่าโครงการรวมกว่า 4 พันล้านบาท ได้เปิดให้บริการในเดือนตุลาคม โดยโครงการนี้จะช่วย ผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคอีสานตอนใต้ด้วยโมเดล Fully-Integrated Retail-Led Mixed-Use ที่มีศูนย์การค้าเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมด้วยจุดแข็ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) Develop New District 2) Strong Synergy & Ecosystem และ 3) Community at Heart การเปิดตัว “อุบลฮอลล์” ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ถือเป็นการผลักดัน Ubon MICE City และสร้างเขตเศรษฐกิจใหม่ให้กับ เมืองอุบล (New CBD) สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดและรองรับเครือข่ายคมนาคมในอนาคต
10. เปิดให้บริการพื้นที่ส่วนขยายชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต
ในเดือนธันวาคม เซ็นทรัล เวสต์เกตได้ทยอยเปิดให้บริการพื้นที่ส่วนขยายบริเวณชั้น G เพื่อเป็นการ ตอบรับความต้องการของคนในพื้นที่ ทั้งนี้ เซ็นทรัล เวสต์เกตตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ มีชุมชน ขนาดใหญ่เป็นส่วนขยายของตัวเมืองจากกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเส้นทางคมนาคมที่สะดวกทั้งทางถนน และระบบรถไฟฟ้า โดยหลังจากการปรับปรุงจะทำให้พื้นที่ใช้สอยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 ตร.ม.
ประวัติความเป็นมาในปี 2567
1. เซ็นทรัล นครสวรรค์
เปิดโครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 เป็นโครงการ Mixed-use โมเดลใหม่ในพื้นที่ภาคกลางตอนบน โดย โครงการนี้จะประกอบด้วย ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์โรงแรม คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล และพื้นที่ อเนกประสงค์สำหรับทุก ๆ ช่วงวัย ภายใต้ แนวคิด “สุขทุกวัน ที่สวรรค์นคร” ด้วยพื้นที่ ค้าปลีกประมาณ 26,000 ตร.ม. และได้เปิดขาย โครงการคอนโดมิเนียม เอสเซ็นท์ นครสวรรค์ ในวันเดียวกับวันเปิดตัวศูนย์การค้า
2. เซ็นทรัล นครปฐม
เปิดโครงการเซ็นทรัล นครปฐม เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 เป็นโครงการ Mixed-use บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ บนถนนเพชรเกษม ในทำเลศักยภาพที่มีศูนย์ราชการ สถานศึกษา และย่านที่พักอาศัย นอกจากนี้ ยังเดินทางเข้าถึงได้ง่ายจากผู้ที่เดินทาง มาจากจังหวัดในภาคตะวันตก โครงการนี้มีพื้นที่ค้าปลีกประมาณ 25,000 ตร.ม. และได้นำอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น องค์พระปฐมเจดีย์ มาร่วมออกแบบเพื่อให้สอดคล้อง กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งนี้ ได้เปิดขายโครงการคอนโดมิเนียม เอสเซ็นท์ นครปฐม ในวันที่ 30 มีนาคม 2567 เช่นเดียวกัน
3. เซ็นทรัล ภูเก็ต The World’s Luxury Magnitude
ในปี 2567 นี้ จังหวัดภูเก็ตได้ฟื้นกลับมาเป็น The World’s Destination ได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด ตั้งแต่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน เพื่อตอบรับ ต่อกระแสการท่องเที่ยวระดับโลก เซ็นทรัล ภูเก็ต จึงได้เพิ่มพื้นที่ขาย แบรนด์หรูระดับโลกอีก 4 เท่า ในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้สอดคล้อง กับแผนยุทธศาสตร์ภาครัฐในการพัฒนาภูเก็ตให้เป็นมากกว่า เมืองท่องเที่ยว แต่เป็น “Top Destination for Global Jetsetter” รองรับนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อมหาศาล โดยได้ทยอยเปิด แบรนด์หรูมากกว่า 10 แบรนด์ในปีนี้
4. โรงแรม ฮิลตัน การ์เดน อินน์ ระยอง
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 บริษัทฯ ได้เปิดโรงแรม ฮิลตัน การ์เดน อินน์ ระยอง และได้ว่าจ้างบริษัท ฮิลตัน โฮเต็ล คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้บริหาร โรงแรม แห่งนี้เป็นโรงแรมแห่งที่ 10 ของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในบริเวณเซ็นทรัล ระยอง ภายใต้กลยุทธ์ Retail-let Mixed-use Development ด้วยจำนวนห้องพัก 200 ห้อง พร้อมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแก่ ผู้เข้าใช้บริการ เช่น ห้องอาหาร บาร์บนชั้นดาดฟ้า สระว่ายน้ำ และ ห้องออกกำลังกาย เป็นต้น
5. โครงการที่พักอาศัยเปิดใหม่
ในปี 2567 บริษัทฯ ได้เปิดโครงการที่พัก อาศัยจำนวน 10 โครงการ แบ่งเป็น
7 โครงการคอนโดมิเนียม
- โครงการเอสเซ็นท์ นครสวรรค์
- โครงการเอสเซ็นท์ นครปฐม
- โครงการเอสเซ็นท์ บางนา
- โครงการเอสเซ็นท์ หาดใหญ่ 2
- โครงการเอสเซ็นท์ ภูเก็ต
- โครงการเอสเซ็นท์ อุบล 2
- โครงการเอสเซ็นท์ นครศรีธรรมราช
3 โครงการบ้านแนวราบ
- โครงการบ้านนิรดา เอกชัย-วงแหวน
- โครงการบ้านนิรติ นครปฐม
- โครงการบ้านนิรดา ศรีวารี บางนา
6. มาร์เก็ต เพลส เทพรักษ์
บริษัทฯ ประกาศโครงการ Community Mall แห่งใหม่ มาร์เก็ต เพลส เทพรักษ์ ย่านเทพรักษ์-วัชรพล กรุงเทพฯ ตอนเหนือ รองรับความต้องการที่กำลังเติบโตตามจำนวนที่อยู่อาศัย ที่เพิ่มขึ้น ภายใต้แนวคิดการผสมผสานระหว่างศูนย์การค้า ขนาดเล็กและตลาดสดที่ตอบรับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ มี
7. เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต
บริษัทฯ ประกาศปรับโฉม เซ็นทรัล มารีนา เป็น เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต ซึ่งเป็นเอาต์เล็ตแห่งใหม่ล่าสุดในภาคตะวันออก รวมร้านค้า ไลฟ์สไตล์แบรนด์พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 70% เพื่อดึงดูดลูกค้าชาวไทย และต่างชาติที่มาท่องเที่ยวหรืออยู่อาศัยในพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้ง Night Market ที่เปิดถึงเที่ยงคืนได้ทุกวัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ The First Day-to-Night Lifestyle Outlet in Thailand
8. ตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน
บริษัทฯ ออกตราสารหนี้ส่งเสริม ความยั่งยืนมูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด ได้แก่ โครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) การจัดการน้้ำ และน้ำเสียอย่างยั่งยืน (Sustainable Water & Wastewater Management) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) และโครงการที่ เกี่ยวกับความยั่งยืนอื่น ๆ ซึ่งครอบคลุม ทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และ โรงแรม รวมถึงโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ทั้งในและต่างประเทศตามแผนงาน ที่วางไว้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรปล่อยก๊าซ เรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน ปี 2593
9. การเพิ่มทุนของ CPNREIT
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 กองทรัสต์ CPNREIT ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทุน และต่อสัญญาโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ตามแผนเรียบร้อยแล้ว โดย CPNREIT ได้ออก และเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนทั้งหมด 1,053 ล้านหน่วย ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย 10.20 บาท ให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 23-29 เมษายน 2567 ซึ่งได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ และได้รับเงิน เพิ่มทุนทั้งสิ้น 10,741 ล้านบาท รวมกับเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอีกบางส่วน เพื่อ นำไปลงทุนต่อสัญญาสิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า อีก 15 ปี มูลค่าทั้งสิ้น 12,161 ล้านบาท บริษัทฯ ในฐานะ Sponsor ได้ให้การสนับสนุนการเพิ่มทุนดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ถือสัดส่วนใน CPNREIT เพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 39 จากเดิมที่ ร้อยละ 30 ทั้งนี้ CPNREIT ได้ลงนามต่อสัญญาโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ต่อไปอีก 15 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 - วันที่ 31 ธันวาคม 2582 เรียบร้อยแล้วในวันเดียวกัน